Packtica

Let's Connect
Packtica - logo - Security Seal & Label Sticker Printing Expert in Malaysia

ปัจจุบันไม่ว่าใครต่างก็อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ เนื่องจากการซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ไม่ต้องยุ่งยาก ทำให้สามารถขายสินค้าได้อย่างมีอิสระ หลายคนจึงเริ่มมองหาช่องทางธุรกิจในการเริ่มทำแบรนด์ของตัวเอง ที่แม้จะไม่ได้มีเงินทุนเท่าผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่หากวางแผนธุรกิจดีๆ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ และหากอยากจะมีแบรนด์เป็นของตัวเอง ควรต้องรู้อะไรบ้าง แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักข้อดี-ข้อเสียของการเป็นเจ้าของแบรนด์กันก่อนดีกว่า

ข้อดีของการเป็นเจ้าของแบรนด์

ข้อดีของการเป็นเจ้าของแบรนด์

การเป็นเจ้าของแบรนด์มีข้อดีมากมายที่ดึงดูดให้ผู้คนอยากเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นอิสรภาพในการทำงาน โอกาสในการสร้างรายได้ที่ไม่มีขีดจำกัด หรือความภาคภูมิใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคม มาดูกันว่าข้อดีที่โดดเด่นมีอะไรบ้าง

อิสรภาพในการบริหารจัดการ

เจ้าของแบรนด์มีอิสระในการตัดสินใจและบริหารจัดการธุรกิจอย่างเต็มที่ คุณสามารถกำหนดทิศทาง วิสัยทัศน์ และกลยุทธ์ต่างๆ ได้ตามที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ การกำหนดราคา หรือการวางแผนการตลาด ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของคุณ ซึ่งความอิสระนี้เปิดโอกาสให้คุณได้สร้างสรรค์และนำเสนอสิ่งใหม่ๆ สู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติที่ซับซ้อนเหมือนในองค์กรขนาดใหญ่

โอกาสในการสร้างรายได้ไม่จำกัด

ในฐานะเจ้าของแบรนด์ รายได้ของคุณไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเงินเดือนประจำ แต่ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของธุรกิจ ยิ่งแบรนด์เติบโต รายได้ก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นตาม ไม่มีเพดานรายได้มาจำกัด นอกจากนี้ คุณยังสามารถสร้างแหล่งรายได้หลายทางจากแบรนด์เดียว เช่น การขยายไลน์สินค้า การทำแฟรนไชส์ หรือการสร้างคอนเทนต์ที่สร้างรายได้ ซึ่งเปิดโอกาสให้คุณสร้างความมั่งคั่งได้มากกว่าการเป็นลูกจ้างทั่วไป

ข้อเสียของการเป็นเจ้าของแบรนด์

ข้อเสียของการเป็นเจ้าของแบรนด์

แม้การเป็นเจ้าของแบรนด์จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีความท้าทายและความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม การเข้าใจข้อเสียเหล่านี้จะช่วยให้คุณเตรียมตัวรับมือได้ดีขึ้นและตัดสินใจได้อย่างรอบคอบว่าคุณพร้อมที่จะก้าวสู่เส้นทางนี้หรือไม่

ความเสี่ยงทางการเงิน

การเริ่มต้นและดำเนินธุรกิจของตัวเองมาพร้อมกับความเสี่ยงทางการเงินที่สูง คุณอาจต้องลงทุนเงินจำนวนมากในช่วงเริ่มต้น ทั้งค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ ค่าการตลาด และค่าดำเนินงานต่างๆ โดยไม่มีหลักประกันว่าจะได้รับผลตอบแทนเมื่อไหร่ หรือจะได้รับหรือไม่ ในช่วงแรกของธุรกิจ รายได้อาจไม่แน่นอนและไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ทำให้คุณต้องเผชิญกับความเครียดทางการเงิน นอกจากนี้ หากธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดและอาจต้องแบกรับภาระหนี้สินในระยะยาว

ความกดดันและความเครียดสูง

การเป็นเจ้าของแบรนด์หมายถึงการต้องรับผิดชอบทุกด้านของธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารทีม การจัดการการเงิน ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ความรับผิดชอบนี้สามารถสร้างความกดดันและความเครียดอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นธุรกิจหรือเมื่อเผชิญกับความท้าทาย คุณอาจต้องทำงานหนักเป็นเวลานาน ไม่มีวันหยุดที่แน่นอน และอาจต้องเสียสละเวลาส่วนตัวหรือเวลากับครอบครัว ความเครียดนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาวหากไม่มีการจัดการที่ดี

7 สิ่งที่คุณต้องรู้หากคิดจะเป็นเจ้าของแบรนด์ยุคใหม่

การปรึกษาผู้มีความรู้หรือมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ถือเป็นแนวทางหรือคำแนะนำหนึ่งที่ดีเป็นอย่างมากสำหรับคนอยากทำแบรนด์ แต่อย่างไรก็ตามคุณควรจะต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ด้วยเช่นกันก่อนตัดสินใจทำแบรนด์ในยุคที่การแข่งขันสูงแบบรอบด้านเช่นนี้

1. มองหาสินค้าหรือบริการที่สนใจ

1. มองหาสินค้าหรือบริการที่สนใจ

ขั้นตอนแรกคือ การมองหาสินค้าหรือบริการที่สนใจ ต้องรู้ว่าสินค้าที่จะนำมาสร้างแบรนด์คืออะไร ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเลือกสินค้าที่มีความถนัด และคุ้นชินอยู่แล้ว เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลาในการศึกษาหาข้อมูลมากเกินไป และยังสามารถนำความรู้ที่เคยมีอยู่มาปรับใช้ให้เหมาะสมหรือต่อยอดกับสินค้าผลิตภัณฑ์ได้ รวมถึงการวิเคราะห์คู่แข่งในตลาด ว่าเราสามารถสู้กับคู่แข่งได้หรือไม่ หรือการค้นหาจุดอ่อนจุดแข็งของคู่แข่งในตลาดก็จะช่วยให้เราสามารถสร้างแบรนด์ที่มีความแตกต่างได้

2. กลุ่มเป้าหมายคือใคร

การมองหากลุ่มเป้าหมายก็ถือว่ามีความสำคัญเช่นกัน เพราะเป็นกลุ่มที่เราอยากจะขายสินค้าให้ การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพื้นฐานอย่างเพศ อายุ ที่อยู่ พฤติกรรม ความสนใจต่าง ๆ จะช่วยให้สามารถทำการตลาดและสร้างแบรนด์ได้อย่างตรงจุด ถูกกลุ่มเป้าหมายได้

3. งบประมาณหรือต้นทุนที่มี

การคำนวณต้นทุน หรืองบประมาณที่มีเป็นอีกส่วนที่จะทำให้เราตัดสินใจได้ว่า ควรทำแบรนด์และผลิตสินค้าออกมาอย่างไร หรือต้องใช้ต้นทุนในการทำเท่าไหร่ และยังรวมถึงการวางแผนการตลาดเพื่อโปรโมทแบรนด์และสินค้า ว่าควรจะไปในทิศทางไหน เพื่อให้มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน และเกิดประโยชน์สูงสุด หากมีการบริหารด้านงบประมาณไม่ดี อาจทำให้การทำแบรนด์หยุดชะงัก และต้องปิดตัวลงได้

4. โรงงานหรือแหล่งผลิต

4. โรงงานหรือแหล่งผลิต

การเลือกโรงงานผลิตสินค้านั้น ต้องค้นหาและศึกษาข้อมูลในหลาย ๆ โรงงานเพื่อเปรียบเทียบแล้วเลือกหาโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญ ที่เหมาะสมกับการผลิตสินค้าของเรา เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งต้องคำนึงเรื่องระยะเวลาการผลิต ขั้นตอนต่าง ๆ และงบประมาณที่ต้องใช้ด้วย การเลือกโรงงานที่มีมาตรฐาน เชื่อถือได้ เหมาะสมกับการผลิตสินค้าของเรา จะช่วยลดปัญหาในขั้นตอนการผลิตสินค้าได้อย่างดี และมั่นใจได้ว่าสินค้าที่ผลิตออกไปนั้นมีคุณภาพทุกชิ้น

5. เจ้าของแบรนด์ควรมองหาเทคโนโลยีหรือระบบที่ทันสมัย

ควรมองหาเทคโนโลยี ระบบที่ทันสมัยเพื่อป้องกันปัญหา หากในอนาคตธุรกิจเติบโตขึ้นและ เปิดรับให้มีตัวแทนจำหน่าย ก็อาจมีปัญหาต่าง ๆ ตามมาได้เช่น ตัวแทนมีการขายข้ามเขตกัน หรือขายตัดราคา จนส่งผลด้านความเชื่อมั่นของแบรนด์ได้จึงควรเริ่มมองหาระบบที่เข้ามาจัดการปัญหาตรงนี้ได้ 

ซึ่ง PACKTICA มีระบบ Check Now เพื่อช่วยธุรกิจระบบตัวแทนจำหน่ายโดยเฉพาะ ที่จะช่วยเชื่อมต่อกับผู้บริโภค และสามารถเก็บและตรวจเช็กข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ เพียงสแกน QR Code ที่สร้างขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ จะช่วยให้คุณตรวจสอบการเคลื่อนไหวของสินค้าแบบเรียลไทม์เพื่อลดความเสี่ยง และวางแผนล่วงหน้าเกี่ยวกับการเติมสต๊อก ป้องกันการขายตัดราคา และช่วยปกป้องแบรนด์จากการปลอมแปลงได้ อีกทั้งยังสามารถเก็บข้อมูลได้แบบดิจิทัลเพื่อนำไปวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ต่อได้ เช่น ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค

6. การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง

การสร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์และจดจำง่ายเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ต้องกำหนดค่านิยม บุคลิกภาพ และจุดยืนของแบรนด์ให้ชัดเจน และสื่อสารสิ่งเหล่านี้ผ่านทุกจุดสัมผัสกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ บรรจุภัณฑ์ การบริการลูกค้า หรือการสื่อสารการตลาด การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งจะช่วยสร้างความภักดีของลูกค้าและเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจในระยะยาว

7. การปรับตัวและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

7. การปรับตัวและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเจ้าของแบรนด์ ต้องติดตามแนวโน้มตลาด เทคโนโลยีใหม่ๆ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเปิดใจรับฟังข้อเสนอแนะจากลูกค้าและทีมงาน รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสามารถปรับกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ การลงทุนในการพัฒนาตนเองและทีมงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมสัมมนา การอ่านหนังสือ หรือการเรียนรู้ผ่านคอร์สออนไลน์ จะช่วยเพิ่มพูนความรู้และทักษะที่จำเป็นในการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว

เจ้าของแบรนด์ VS ตัวแทนจำหน่าย

การเป็นตัวแทนจำหน่าย เหมาะกับการขายที่ต้องการเห็นผลในระยะสั้น ๆ ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยง ไม่ต้องมีทุนเยอะ ไม่ต้องมีหน้าร้านก็สามารถเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ และบางครั้งไม่จำเป็นต้องสต๊อกสินค้าเองด้วย เสมือนพนักงานของบริษัท เป็นตัวกลางที่มาช่วยขายสินค้าให้บริษัท และอาจได้ส่วนแบ่งจากยอดขายนั่นเอง 

เมื่อเทียบกับเจ้าของแบรนด์ มักต้องมีความอดทน พยายามอย่างมากตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มสร้างแบรนด์ การทุ่มเทกับสินค้า การวางแผนต่าง ๆ ทั้งในด้านสินค้าผลิตภัณฑ์ การวางแผนการตลาด จัดสรรงบประมาณ ซึ่งถือว่าเป็นบทบาทที่ต้องแบกรับภาระเอาไว้มากมาย แต่เมื่อแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก ติดตลาด ได้รับความนิยมมากขึ้น การมีแบรนด์เป็นของตนเองจะช่วยสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้อย่างแน่นอน และมาพร้อมกับความภูมิใจที่สามารถพูดได้เต็มปากว่าคุณเป็นคนสร้างแบรนด์ขึ้นมาด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

สรุปบทความ

การเป็นเจ้าของแบรนด์ ที่ประสบความสำเร็จได้นั้น นอกจากจะต้องมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ อดทน พยายาม ในการสร้างแบรนด์หรือสินค้าขึ้นมาแล้ว ยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่สำคัญอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนบริหารจัดการ การมีระบบทำงานที่ดี การเลือกกลุ่มเป้าหมาย และการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการตลาดได้อย่างตรงจุด จะช่วยส่งเสริมให้การสร้างแบรนด์แข็งแรงและมีโอกาศเติบโตต่อไปได้ในอนาค